ผ่อนไม่ไหวแล้วจริงๆ ต้องทำอะไรก่อนเป็นอันดับแรก?
ผ่อนจ่ายไม่ไหวต้องทำอย่างไร ? รวมวิธีรับมือเมื่อเริ่มผ่อนจ่ายไม่ไหว พร้อมคำแนะนำจากธนาคารแห่งประเทศไทย และทางเลือกในการบริหารสภาพคล่องอย่างเหมาะสม
เมื่อรายรับเท่าเดิมแต่ค่าครองชีพกลับสูงขึ้นเรื่อย ๆ หลายคนเริ่มรู้สึกว่าเงินเดือนที่เคยพอใช้ กลับไม่พอสำหรับการผ่อนจ่าย ทั้งค่าผ่อนรถ บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล ยิ่งเมื่อมีเหตุฉุกเฉินเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมรถ หรือค่าใช้จ่ายในครอบครัว ก็ยิ่งทำให้การผ่อนจ่ายในแต่ละเดือนกลายเป็นเรื่องหนักกว่าเดิม
ทั้งนี้เมื่อเริ่มผ่อนจ่ายไม่ไหว สิ่งที่หลายคนอาจทำคือปล่อยให้ค้างชำระ ไม่รับสายเจ้าหนี้ หรือกู้เงินก้อนใหม่มาโปะหนี้เดิม แต่รู้หรือไม่ว่าวิธีเหล่านี้อาจทำให้ปัญหายิ่งบานปลาย
วันนี้ FINN จะพาทุกคนมาดูว่าหากเริ่มผ่อนจ่ายไม่ไหว ควรทำอะไรก่อนเป็นอันดับแรก พร้อมตอบคำถามยอดฮิตอย่างผ่อนไม่ไหว คืนได้ไหม และรีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมด เป็นทางออกที่ช่วยได้จริงหรือไม่ เพื่อให้ทุกคนจัดการปัญหาหนี้ได้อย่างสบายใจนั่นเอง
ผ่อนจ่ายไม่ไหว อย่าเพิ่งหนีปัญหา
หลายคนเข้าใจว่าหากยังไม่มีเงินไปผ่อนจ่าย ก็ไม่ควรติดต่อเจ้าหนี้ แต่ในความเป็นจริง การเงียบหายไม่ได้ช่วยให้หนี้ลดลง ตรงกันข้ามดอกเบี้ย และค่าปรับอาจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรก คือรวบรวมข้อมูลหนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นยอดคงเหลือ จำนวนเงินที่ต้อง ผ่อนจ่ายในแต่ละเดือน และรายได้ที่มีอยู่จริง จากนั้นรีบติดต่อเจ้าหนี้เพื่ออธิบายสถานการณ์ เพราะหลายสถาบันการเงินมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ ขยายระยะเวลาผ่อน หรือปรับค่างวดให้เหมาะกับกำลังชำระ ซึ่งเป็นแนวทางที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแนะนำสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผ่อนไม่ไหว

วิธีรับมือ เมื่อเริ่มผ่อนจ่ายไม่ไหว
1. ตรวจสอบรายรับ และรายจ่ายทั้งหมด
ก่อนจะคิดหาทางออกลองสำรวจว่าทุกเดือนมีรายได้เท่าไร และมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เพื่อดูว่ายังมีเงินเหลือสำหรับผ่อนจ่ายหรือไม่ หากพบว่ามีค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ก็ควรลดลงก่อน เช่น ค่าอาหารเดลิเวอรี ค่าสมาชิกแอปพลิเคชัน หรือการซื้อของตามโปรโมชัน
2. ติดต่อเจ้าหนี้ให้เร็วที่สุด
หากรู้ตัวว่าเดือนนี้อาจผ่อนจ่ายไม่ทัน อย่ารอให้ผิดนัดก่อนแล้วค่อยติดต่อ เพราะยิ่งแจ้งเร็ว โอกาสได้รับความช่วยเหลือก็ยิ่งมาก ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ ลดค่างวด หรือขยายระยะเวลาการชำระหนี้
3. อย่ากู้หนี้ใหม่มาโปะหนี้เก่า
การกู้เงินเพิ่มเพื่อให้สามารถผ่อนจ่ายหนี้เดิมได้ อาจช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่สุดท้ายจะกลายเป็นภาระหนี้ที่มากกว่าเดิม และทำให้ต้องผ่อนจ่ายหลายก้อนพร้อมกัน จนบริหารเงินได้ยากกว่าเดิม

ผ่อนไม่ไหว คืนได้ไหม?
อีกหนึ่งคำถามที่หลายคนสงสัยคือผ่อนไม่ไหว คืนได้ไหม คำตอบคือ สามารถเกิดขึ้นได้ในบางกรณี เช่น รถยนต์ที่อยู่ระหว่างการเช่าซื้อ แต่การคืนรถไม่ได้หมายความว่าหนี้จะหมดทันที เพราะหลังจากไฟแนนซ์นำรถไปขายแล้ว หากยอดขายต่ำกว่ายอดหนี้คงเหลือ ผู้เช่าซื้ออาจยังต้องรับผิดชอบส่วนต่างที่เหลืออยู่
ดังนั้นก่อนตัดสินใจคืนทรัพย์สิน ควรติดต่อผู้ให้บริการสินเชื่อเพื่อสอบถามรายละเอียด และหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุด เพราะบางครั้งการปรับโครงสร้างหนี้อาจคุ้มค่ากว่าการคืนรถ
รีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมด ช่วยได้จริงไหม?
สำหรับคนที่ยังมีรายได้แต่เริ่มผ่อนจ่ายค่างวดรถไม่ไหว การรีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมด อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดภาระรายเดือนได้
ข้อดีของการรีไฟแนนซ์ คืออาจช่วยลดค่างวดต่อเดือน หรือปรับเงื่อนไขการผ่อนให้เหมาะกับรายได้ในปัจจุบัน แต่ก่อนตัดสินใจควรเปรียบเทียบดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาการผ่อนให้ครบ เพราะแม้ค่างวดจะลดลง แต่หากระยะเวลาผ่อนยาวขึ้น ก็อาจทำให้ดอกเบี้ยรวมเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน
สรุปคือหากเริ่มรู้ตัวว่าผ่อนจ่ายไม่ไหว สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าปล่อยให้ปัญหาลุกลาม ควรรีบสำรวจสถานะการเงินของตัวเอง ติดต่อเจ้าหนี้ และหาแนวทางช่วยเหลือตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะยิ่งเริ่มแก้ไขเร็ว ก็ยิ่งมีโอกาสรักษาวินัยทางการเงิน และลดผลกระทบในระยะยาวได้
อย่าลืมว่าสำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ไม่ได้มีปัญหาหนี้ระยะยาว แต่เพียงติดขัดเรื่องสภาพคล่องก่อนเงินเดือนออก การสร้างหนี้ใหม่อาจไม่ใช่ทางเลือกที่จำเป็นเสมอไป ในบางช่วงอาจมีบิลฉุกเฉินให้ต้องจ่าย สำหรับใครที่ไม่อยากสร้างหนี้เพิ่มก็สามารถเข้าถึงเงินเดือนก่อนกำหนด กับ FINN https://go.finn-app.com/finnis0424 ได้ ไม่ต้องไปหาหยิบยืมใคร จัดการบิลฉุกเฉินได้ โดยไม่เสียสุขภาพทางการเงิน